Share

หน้าเว็บ

วันศุกร์ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

ใครว่าโลกกลม

คอลัมน์ รหัสหนังสือ หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ฉบับวันอาทิตย์ที่ ๖ พฤษภาคม ๒๕๕๐
โดย เด็กชายก้อง twitter @DekchildKong


"..การแบนราบลงของโลกตามความหมายของเขา ไม่ได้เป็นไปในลักษณะของรูปทรงหรือลักษณะทางภูมิศาสตร์.."
 
หลายคนคงได้เคยผ่านตามาบ้างแล้ว
    สำหรับหนังสือที่ชื่อ "The World Is Flat : A Brief History of the Twenty-first Century"
    หนังสือที่ขายดีที่สุดในโลกประจำปี 2548-2549
    เขียนโดย "โทมัส แอล. ฟรีดแมน" (Thomas L. Friedman) นักหนังสือพิมพ์ เจ้าของรางวัลพูลิตเซอร์ 3 ครั้ง จากข้อเขียนในหนังสือพิมพ์ "เดอะ นิว ยอร์ค ไทม์ส"
    หนังสือเล่มนี้ มีการแปลเป็นภาษาไทยแล้ว ภายใต้ชื่อ "The World Is Flat ใครว่าโลกกลม" โดย "รอฮีม ปรามาท"

    จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ วีเลิร์น แบ่งเป็น 3 เล่มๆ ละ 199 บาท ความหนา เล่ม 1 จำนวน 297 หน้า เล่ม 2 จำนวน 284 หน้า ส่วนเล่ม 3 เท่าที่ตรวจสอบจากเว็บไซต์ของสำนักพิมพ์ยังไม่วางจำหน่าย
    ชื่อหนังสือชวนให้สงสัยว่า เหตุอันใดกระทาชายชาวอเมริกันผู้นี้จึงมีความคิดย้อนกลับไปยังยุคกลางของยุโรป ที่มีความเชื่อว่าโลกแบน
    เมื่อเปิดอ่านเนื้อหาภายในจะพบว่า การแบนราบลงของโลกตามความหมายของเขา ไม่ได้เป็นไปในลักษณะของรูปทรงหรือลักษณะทางภูมิศาสตร์
    หากแต่เป็นการแบนราบลงของสนามแข่งขันทุกแห่งในโลก
    ฟรีดแมนบอกเล่าถึงแรงบันดาลใจในการเขียนหนังสือเล่มนี้ว่าเกิดจากการที่เขาได้มีโอกาสสัมภาษณ์ซีอีโอของอินโฟซิส เทคโนโลยี บริษัทชั้นนำด้านเทคโนโลยีสารสนเทศหรือไอทีของอินเดีย "นานดาน นิเลคานี"
    ในการสัมภาษณ์ฟรีดแมนได้รับรู้ถึงการทำงานในรูปแบบของเอาท์ซอร์ส ที่ทำให้อินโฟซิสต้องทำงานตลอด 24 ชั่วโมง ใน 365 วัน และทุกวันนี้ บริษัทต่างๆ ในสหรัฐอเมริกาต่างลดภาระในค่าจ้างด้วยการแบ่งงานเป็นส่วนๆส่งไปให้พนักงานที่มีความสามารถเท่าเทียมกัน แต่ค่าจ้างต่ำกว่า ที่อยู่ในอินเดีย หรือจีน
    "สนามแข่งขันได้ถูกปรับให้เท่าเทียมกัน"
     เป็นประโยคที่ฟรีดแมนบอกว่า ก้องอยู่ในหูเขา จนเป็นที่มาของคำว่า "โลกแบน"
    หนังสือเล่มนี้ยังได้บอกเล่าถึงตัวอย่างของอีกหลายๆเรื่องที่ทำให้ฟรีดแมนคิดว่าโลกแบน เช่น การที่ชาวอินเดียทำรายการภาษีให้ชาวสหรัฐฯ เป็นพนักงานให้ข้อมูลทางโทรศัพท์ จนไปถึงเป็นติวเตอร์ให้เด็กนักเรียนสหรัฐฯ
    รวมไปถึงการชี้ให้เห็น "พลัง 10 ประการที่ทำให้โลกแบนราบ" ซึ่งทั้งหมดนี้เกี่ยวข้องกับโลกไอทีแทบทั้งสิ้น
    เพียงได้อ่านเล่มแรก ก็บอกได้ว่า หนังสือเล่มนี้เหมาะกับคนโดยทั่วไป ไม่เฉพาะกับนักวิชาการ หรือนักธุรกิจใหญ่โต
    โดยเฉพาะในแวดวงไอทีแล้ว มีการหยิกแกมหยอกตามเว็บไซต์ด้วยว่า เหมาะอย่างยิ่งสำหรับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงไอซีทีของไทย..


.......................

Twitter Delicious Facebook Digg Stumbleupon Favorites More