Share

หน้าเว็บ

วันพฤหัสบดีที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2553

บางสิ่งที่มากกว่าของการบริโภค

"..ผลของระบบเศรษฐกิจสมัยใหม่ในลักษณะนี้ นอกจากจะทำให้เราท่านได้ลิ้มรสอาหารอร่อยในราคาที่พอรับได้แล้ว ยังมีผลต่อสำนึกทางการเมืองอีกด้วย.."


ผู้คนเยอะแยะมากมาย

    เดินขวักไขว่อยู่ในห้างสรรพสินค้า ที่ไม่ได้เน้นของแบรนด์เนม แต่เป็นสินค้าเสื้อผ้าทั่วไป
    จุดมุ่งหมายของผมวันนี้ คือ เข็มขัดใหม่สักเส้น
    แต่ก่อนการเดินทางเพื่อค้นหาจะเริ่มขึ้น ท้องไส้ต้องอิ่มเสียก่อน
    สเต็กจานย่อม ทั้งหมูและปลาทอดลำเลียงขึ้นโต๊ะ เสิร์ฟพร้อมกับส้มตำห่อหุ้มด้วยกะหล่ำปลีแผ่นใหญ่ อาหารยุคใหม่ (จริงๆก็เป็นอย่างนี้มานานแล้ว) อาหารลูกผสม ฟิวชั่น ฟูด (Fusion Food)

    อาหารที่แต่ก่อน นานครั้งจะได้รับประทานกัน เพราะราคาที่สูงเป็นตัวปิดกั้นไม่ให้คนส่วนใหญ่ของประเทศนี้ได้มีโอกาสเข้าถึง
    แต่ปัจจุบัน เราจะพบได้ว่า ราคาของสินค้าจำพวกนี้ลดลงและขยายตัวออกไปในพื้นที่ต่างๆมากขึ้น นอกเหนือจากร้านใหญ่ราคาสูง หรือห้องอาหารในโรงแรมหรู ระดับหลายดาว
    เหมือนกับสินค้าอีกหลายอย่างในห้างสรรพสินค้าแห่งนี้ หรือในอีกหลายๆห้าง หรืออีกหลายๆชนิดของสินค้า ที่ราคาปรับลดลง และกระจายออกไปในหลายพื้นที่มากกว่าเดิมในอดีต
    การที่ราคาสินค้าลดลง และกระจายออกไปมากกว่าเดิม ที่กระจุกตัวอยู่แต่ในกรุงเทพฯหรือหัวเมืองใหญ่ๆเท่านั้น ส่วนหนึ่งมาจากระบบเศรษฐกิจสมัยใหม่ ที่ต้องการขยายฐานจำนวนของผู้บริโภคออกไปให้มากที่สุด
     ผลของระบบเศรษฐกิจสมัยใหม่ในลักษณะนี้ นอกจากจะทำให้เราท่านได้ลิ้มรสอาหารอร่อยในราคาที่พอรับได้แล้ว ยังมีผลต่อสำนึกทางการเมืองอีกด้วย
     อ.อรรถจักร์ สัตยานุรักษ์ เขียนอธิบายประเด็นดังกล่าวในบทความเรื่อง "การบริโภคกับการเมือง"* ไว้ว่า การบริโภคมีความหมายทางการเมืองที่ลึกซึ้ง และส่งผลสัมพันธ์อยู่กับความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในสังคมไทย
     "การบริโภคเป็นกิจกรรมที่สำคัญมากของมนุษยชาติ ไม่ใช่เพียงแค่บริโภคเพื่อที่จะมีชีวิตอยู่เท่านั้น แต่การบริโภคได้ถูกสร้างให้กลายมาเป็นเครื่องมือในการจัดความสัมพันธ์ทางสังคมที่สำคัญยิ่ง และการบริโภคได้กลายเป็นเครื่องมือที่มีพลัง เพราะสามารถที่จะซ่อนด้านที่เป็นการเมืองไว้ได้อย่างแยบยลและลึกซึ้ง จนคนส่วนใหญ่ไม่ตระหนักรู้และไม่ให้ความสำคัญที่จะเข้าใจการบริโภคให้ลึกซึ้ง"**
     เขามองว่า การบริโภคเป็นตัวทำให้การจัดความสัมพันธ์ระหว่าง "ช่วงชั้น" ของคนในสังคมเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ การบริโภคมีพลังทางสังคมกำกับไว้ว่า ชนชั้นไหนจะบริโภคอะไร อย่างไร
    "จึงกล่าวได้ว่า การบริโภคเป็นการเมืองอย่างยิ่ง... ตราบใดที่ยังไม่มีความเปลี่ยนแปลงที่กระทบถึงการแปรเปลี่ยนลักษณะและรูปแบบการบริโภคก็หมายความว่าชนชั้นนำยังรักษาอำนาจทางการเมืองของตนเอาไว้ได้"
    การเปลี่ยนแปลงมาสู่ระบบเศรษฐกิจสมัยใหม่ ซึ่งทำให้เกิดการขยายตัวของห้างสรรพสินค้าไปในหลายๆพื้นที่ ทำให้ชาวบ้านได้มีโอกาสเข้าถึงสินค้าต่างๆได้เหมือนกันนั้น ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงลักษณะและรูปแบบการบริโภค และก็ยังส่งผลถึงความรู้สึกในเรื่องการเมืองอีกด้วย
    อ.อรรถจักร์เขียนไว้ว่า "กลุ่มชาวบ้าน" ที่ก้าวเข้าสู่การบริโภคที่เท่าเทียมกันในทุกมิติได้ปรับเปลี่ยนการรับรู้ตนเองมากขึ้นจนตระหนักว่าตนเองก็ไม่ได้ต่ำหรือด้อยกว่า จากฐานการเปลี่ยนการรับรู้ตนเองเช่นนี้ จึงเป็นพื้นฐานของการเกิดความคิดและความ "รู้สึก" ถึงการถูกทำให้ไม่เท่าเทียมกันจากรัฐและการเมือง
    ความเปลี่ยนแปลงในการบริโภคในชีวิตประจำวันที่เกิดขึ้นในรอบยี่สิบปีที่ผ่านมา ได้ทำให้สำนึกของความต้องการความเท่าเทียมเกิดขึ้นอย่างแรงกล้า และจะก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งสำคัญในอนาคตนี้***
    สเต็กหมดจาน น้ำเริ่มพร่อง ท้องอิ่ม กายเริ่มมีแรง
    ผู้คนยังคงเดินขวักไขว่อยู่เต็มทางเดินของห้าง สายตาสอดส่องมองหาสินค้าที่ตนเองต้องการ เสื้อผ้ารูปแบบสีสันสวยงาม ราคาร้อยสองร้อยบาทวางกันไว้มากมาย
    บ้างก็พักในร้านอาหารหลากหลาย
    ผมเองก็พร้อมแล้วที่จะลุกจากร้านอาหาร เพื่อออกไปจับจ่ายซื้อของอย่างที่ตั้งใจไว้แล้ว..

---------------------------

เพิ่มเติม
* ตอนที่ ๑ อ่านได้ที่ การบริโภคกับการเมือง (๑) และตอนที่ ๒ อ่านได้ที่ การบริโภคกับการเมือง
**** อ่านงานทั้งหมดของ อ.อรรถจักร์ได้ที่ คอลัมน์ ใต้กระแส

Twitter Delicious Facebook Digg Stumbleupon Favorites More