Share

หน้าเว็บ

วันจันทร์ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2554

ข้าวเหนียว : แปลกตรงไหนถ้าหากจะทานข้าวเหนียวกับอาหารไทย

"..แต่ใครจะรู้บ้างว่า ข้าวเจ้า จริงๆแล้วก็ไม่ใช่ข้าวที่มีต้นกำเนิดในประเทศชาติที่จำหน่ายข้าวได้มากเป็นอันดับต้นๆของโลก.."




"เฮ้ย ! แปลกดีว่ะ"

 รุ่นพี่คนหนึ่ง ใน(อดีต)ที่ทำงาน ที่กรุงเทพฯ อุทานขึ้นมา แม้ไม่ดังนัก แต่ก็เรียกความสนใจจากเพื่อนร่วมวงอาหารมื้อเที่ยงมื้อหนึ่งในวันอันแสนร้อนได้
 "อะไรแปลกพี่"
 "ก็เอ็งนั่นแหละ ก้อง"
 "ทานข้าวเหนียวกับผัดกระเพรา ไข่เจียว"
 "ข้าวเหนียวนี่ เขาไม่ได้เอาไว้ทานกับไก่ย่างส้มตำเหรอว่ะ" หลังจบคำถาม หลายคนร่วมโต๊ะอาหารทำหน้าคล้ายจะสงสัยเช่นเดียวกัน แต่บางคนทำหน้าเรียบเฉย
 "ก็ไม่เห็นแปลกอะไรนี่พี่ ที่บ้านผม เขาก็ทานกันอย่างนี้"
 "หมายถึงบ้านที่ภาคเหนืออ่ะนะ"
 "ใช่ พี่ ก่อนนอน แม่จะเอาข้าวสารเหนียวนี่ไปแช่น้ำไว้ แล้วพอเช้าตรู่ก็จะลุกมานึ่งข้าว แล้วก็เก็บไว้กินกันได้ทั้งวัน ไม่เหมือนพวกที่ขายกันในกรุงเทพฯหรอก ที่ส่วนใหญ่ลวกน้ำร้อน ไม่อร่อย"
 "ก็กินกันได้ทั้งนั้น ทานกับฮ็อตด็อก ก็เคยทาน"

 ก่อนที่ความเข้าใจผิดจะมีมากไปกว่านี้ ผมพยายามอธิบายถึงวัฒนธรรมการรับประทานอาหารของคนล้านนา ให้บรรดาเพื่อนร่วมวงอาหารฟัง
 โดยสรุปก็คือ ข้าวเหนียวของคนเมืองก็เหมือนข้าวเจ้าของคนภาคกลาง คือเป็นข้าวหลักในการทานอาหาร ไม่ว่าคุณจะทานกับอะไรก็ตาม
 "ก็เหมือนพี่เอาลาบ เอาแหนมจากบ้านผมไปทานกับข้าวเจ้า ผมก็ไม่ได้สงสัยอะไร ร้านอาหารในภาคเหนือหลายร้าน เขาก็ขายกับข้าวคนเมืองกับข้าวเจ้าถมเถไป"


 แม้ว่าผมจะไม่สงสัยอะไร ที่คนไทยในภาคไหน จะเอาอาหารจากภาคอะไรไปทานกับข้าวอะไรก็ตาม (เพราะแม้แต่อาหารฝรั่งเราก็มาปรับทานกับอาหารไทยกันได้ เช่น มักกะโรนีผัดพริกแกง)
 แต่ก็ยังมีคนจำนวนมาก ซึ่งสงสัยและมองว่า การนำเอาข้าวเหนียวหรือข้าวนึ่งมาทานกับอาหารอย่างอื่น ที่ไม่ใช่อาหารอีสาน หรืออาหารเหนือ เป็นเรื่องแปลก
 มีบางคนทำหน้าฉงนมาก เมื่อเห็นผมเดินมาพร้อมกับข้าวเหนียวกับฮ็อตด็อกและกระเพาะปลาน้ำแดง
 "มันจะกินยังไงว่ะ" เขาคงนึกอย่างนั้น
 บางคนหนักกว่า เพราะถึงขั้นทำหน้าทำตาเหมือนจะรับไม่ได้ในการนำข้าวอย่างอื่นมาทานกับอาหารไทย
 ประมาณว่า อาหารไทยก็ควรทานกับข้าวไทย (คือข้าวเจ้าประมาณนั้น)

 แต่ใครจะรู้บ้างว่า ข้าวเจ้า จริงๆแล้วก็ไม่ใช่ข้าวที่มีต้นกำเนิดในประเทศชาติที่จำหน่ายข้าวได้มากเป็นอันดับต้นๆของโลก
 หากแต่มีต้นกำเนิดในประเทศอินเดียโน้น
 แล้วข้าวที่ชาวอุษาคเนย์รับประทานกันมาตั้งนานแล้ว ก็คือ ข้าวเหนียว

 คุณสุจิตต์ วงษ์เทศ เคยเขียนเรื่องข้าว ไว้ในหลายบทความ หลายหนังสือ สรุปพอจะได้ว่า ข้าว เป็นคำในตระกูลไทย-ลาว กลายมาจากคำว่า เข้า แปลว่า ปี
 เมล็ดข้าว อายุเก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย นักโบราณคดีขุดพบในถ้ำ ที่ จ.แม่ฮ่องสอน มีอายุราว ๗,๐๐๐ ปี คุณสุจิตต์บอกว่า "นับว่าเก่าแก่กว่าที่อื่นใดในโลก"

 "ยุคแรกเริ่มของภูมิภาคสุวรรณภูมิ คนทุกเผ่าพันธุ์กินข้าวป่ามาก่อน ซึ่งเป็น ตระกูลข้าวเหนียว พบแกลบข้าวเหนียวอยู่ในแผ่นอิฐตามศาสนสถานยุคทวารวดีทั่วทั้งประเทศไทย รวมทั้งที่ราบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาตั้งแต่สุโขทัย นครปฐม ลงไปถึงนครศรีธรรมราช"
 "แสดงว่าคนกินข้าวเหนียวเป็นอาหารหลักตั้งแต่เหนือจรดใต้"
 (จากบทความเรื่อง พันธุ์ข้าวเก่าแก่ ๗,๐๐๐ ปีมาแล้ว ในคอลัมน์ อ่านแผ่นดินท้องถิ่นเรา หนังสือพิมพ์รายสัปดาห์ มติชนสุดสัปดาห์ โดยคุณสุจิตต์ วงษ์เทศ)

 แล้วข้าวเจ้าเข้ามาแทนที่ข้าวเหนียวตอนไหนล่ะ ?
 คุณสุจิตต์ วงษ์เทศ เขียนไว้ในคอลัมน์ สุวรรณภูมิสังคมวัฒนธรรม ในหนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ฉบับวันที่ ๒๐ เมษายน ๒๕๕๐ ไว้ว่า เนื่องจากบริเวณสุวรรณภูมิ อันประกอบไปด้วยปริเวณลุ่มแม่น้ำสาละวิน แม่น้ำเจ้าพระยา และแม่น้ำโขง โดยเฉพาะบริเวณคาบสมุทรทางใต้ ที่เป็นแผ่นดินในการเชื่อมโยงการค้าระหว่างมหาสมุทรอินเดียตะวันตกและมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันออก
 ดังนั้น จึงมีผู้คนมากมายเดินทางเข้ามาตั้งหลักแหล่ง ทำให้อารยธรรมจากอินเดีย เช่น ศาสนา อักษร วรรณคดี รวมไปถึงอาหารการกิน นั่นก็คือ ข้าวเจ้า เริ่มแพร่เข้ามาอย่างช้าๆในบริเวณสุวรรณภูมิ

 ที่มาของชื่อ ข้าวเจ้า
 หลายทฤษฎี หลายการค้นคว้า รวมไปถึงทฤษฎีของคุณสุจิตต์ วงษ์เทศ ด้วยนั้น บอกไว้ตรงกันว่า เหตุที่เรียกว่าข้าวเจ้านั้น ก็เพราะว่าแต่เดิม ข้าวเจ้าเป็นอาหารของชนชั้นสูง
 แรกๆนั้น มีแปลงข้าวเฉพาะทีเดียว ที่จะปลูกข้าวชนิดนี้ ให้เจ้านายได้เสวย
 ส่วนข้าวเหนียว ข้าวดั่งเดิมนั้น กลายเป็นอาหารของไพร่ มีการเรียกอีกอย่างว่า ข้าวไพร่ (โชคดีทีเดียว ที่ไม่ติดปากมาจนถึงทุกวันนี้)
 แถวบ้านผม มีชื่อเรียกข้าวเจ้าไปอีกแบบคือ ข้าวหุง คือเรียกตามวิธีการทำให้สุก เหมือนกับที่เรียกข้าวเหนียวว่า ข้าวนึ่ง ทำนองเดียวกัน

 เรื่องราวของข้าวเจ้า มีผลกระทบไปถึงวัฒนธรรมการใช้มือของคนไทยด้วย
 อาจารย์นิธิ เอียวศรีวงศ์ เขียนเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้ในหนังสือพิมพ์รายสัปดาห์ มติชนสุดสัปดาห์ ฉบับวันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐ ในหัวข้อ ภาษากายและความสุภาพ เนื้อความส่วนหนึ่ง คล้ายจะบอกว่า ก่อนหน้านี้ คนไทยไม่ได้รังเกียจมือซ้าย จนกระทั่งข้าวเจ้าเข้ามา
 อ.นิธิบอกว่า เมื่อครั้งที่เขายังเป็นเด็ก ธรรมเนียมรังเกียจมือซ้ายยังแพร่หลายในเมืองไทย จะยกมือในชั้นเรียนก็ต้องยกมือขวา เพราะครูรังเกียจว่ามือซ้ายไม่ควรใช้ยกเพื่อสื่อภาษากับครู ส่งขอให้กันก็ไม่ควรใช้มือซ้าย และแน่นอนไม่ควรกินข้าวด้วยมือซ้าย
 "ผมออกจะสงสัยว่าที่ครูเคี่ยวเข็ญเด็กถนัดซ้ายให้เขียนหนังสือด้วยมือขวา คงมีรากระดับสำนึกมาจากความเชื่อว่า ตัวอักษรศักดิ์สิทธิ์ (เคยได้ยินว่าแทนพระพุทธเจ้าแต่ละองค์) จึงไม่ควรเอามือซ้ายซึ่งใช้ล้างก้นมาเขียน"

 "และผมยังสงสัยอีกด้วยว่า ธรรมเนียมผู้ดีไทยในการกินการขี้นั้น "ไม่ไทย" เท่าไรนัก แต่รับเอามาจากแขก ผ่านเขมรมาทั้งดุ้นเลย" อ.นิธิระบุไว้ในบทความ
 อ.นิธิบอกว่า ในเรื่องการขี้นั้น เท่าที่เห็น คนไทยแต่เดิมไม่ได้ใช้น้ำในการทำความสะอาด แต่ใช้ไม้ เขาบอกว่า "น้ำเพิ่งไหลตามท่อไปสู่ก้นคนในภายหลัง เราจึงสามารถเป็นผู้ดีกันได้กว้างขวางขึ้นมา"
 ส่วนการกินนั้น อ.นิธิบอกอีกว่า ว่าตามทฤษฎีคุณสุจิตต์ วงษ์เทศ คนไทยแต่เดิมกินข้าวเหนียว เพิ่งมากินข้าวเจ้าในภายหลัง เมื่อได้รับอิทธิพลแขกเข้มข้นขึ้น จึงมีคนไทยที่กินข้าวเจ้าอยู่ไม่มากนัก ได้แก่ ภาคกลางและภาคใต้เท่านั้น
 การกินข้าวเหนียวนั้นต้องใช้ทั้งสองมือ คนเหนืออธิบายว่า จะให้ข้าวเหนียวอร่อยต้องนวดหรือบี้มันก่อนกิน ฉะนั้นเขาจะเอาข้าวเหนียวทั้งก้อนกำไว้ในมือซ้ายแล้วใช้มือขวาดึงออกมาพอคำ บี้หรือนวดมันจนเป็นก้อนกลมๆจึงค่อยยัดเข้าปาก

 นอกจากวัฒนธรรมการใช้มือแล้ว ข้าวยังกลายเป็นเกณฑ์ในการใช้เพื่อดูถูกคนอื่น(ของใครบางคน)ด้วย มีนักจิตวิทยาเคยบอกไว้ว่า คนเรานั้น จะมีลักษณะทางจิตที่ต้องการแสดงออกเพื่อให้เหนือกว่าคนอื่น อยู่ที่ว่าใครจะมีลักษณะนี้มากน้อยกว่ากัน
 วิธีการที่คนเราใช้เพื่อแสดงว่าฉันเหนือกว่าแก ก็มีหลายอย่าง ทั้งการใช้ภาษาในระดับที่แตกต่างกัน การใช้ภาษาในลักษณะว่า นี่คือภาษาผู้ดี ที่ไม่เหมือนคือไม่ใช่ เช่น ผักบุ้งไม่สุภาพ ต้องเรียกผักทอดยอด (จะบ้าตาย เวลาสั่งในร้านข้าวต้มคงพิลึกดี น้องๆ ผักทอดยอดไฟแดงที่นึง !?! )
 การใช้ภาษาอื่นพูดคุยกันเพื่อแสดงถึงความรู้ที่มากกว่า (เคยมีอยู่ช่วงหนึ่งที่คนอเมริกันเปลี่ยนจากภาษาฝรั่งเศสพูดคุยกัน มาใช้ภาษาไทย)
 รวมไปถึงการดูถูกคนอีกชนชาติหนึ่งให้ดูต้อยต่ำกว่า เช่น การเหยียดผิวสีในสหรัฐอเมริกา การที่คนไทย(บางคน)ดูถูกคนอีสานว่าเป็นลาว (ลาวแล้วเป็นไงว่ะ?)
 แม้กระทั่งข้าว ก็ถูกนำมาใช้แบ่งชนชั้นกัน ผู้ดีกินข้าวสวย กินข้าวหุง ข้าวเจ้า ส่วนพวกกินข้าวเหนียวเป็นชนชั้นใช้แรงงาน เป็นลาว (ลาวอีกแล้ว ลาวแล้วเป็นไงว่ะ?)

 มีรุ่นน้องอยู่คนหนึ่ง แม้ไม่ได้เติบโตมาพร้อมกับวัฒนธรรมข้าวนึ่ง กล่าวออกมาหลังจากได้ยินเรื่องราวการบริโภคข้าวเหนียวของผมว่า "การที่มองว่า การทานข้าวเหนียวกับอาหารไทยเป็นเรื่องแปลก เหมือนกับเป็นการดูถูกอัตลักษณ์ของคนทานข้าวเหนียว"
 ผมบอกกลับไปว่า "ช่างเขาเถอะ เขามองว่าแปลก เพราะเขาไม่รู้"
 "แต่หากเขารู้ แล้วเขายังมองว่าประหลาด ว่าแปลก ว่าไม่ใช่เรื่องที่คนทั่วไปจะทำกัน อย่างนั้น ควรจะไปต่อว่า และอธิบายให้เขาทราบ แต่ไม่ควรจะเอามาใส่ใจนัก เสียเวลา"
 "แต่ควรใส่ใจในคนที่ยังไม่ทราบ และพร้อมจะเปิดใจรับฟังและเข้าใจต่างหากล่ะ ที่ควรทำ"
 และทุกวันนี้ ผมก็มีความสุขดีที่จะยกข้าวนึ่งมาทานร่วมวงอาหารกับคนอื่นๆซึ่งกำลังอร่อยไปกับข้าวเจ้า อย่างที่ไม่มีใครแปลกใจอีกแล้วกับข้าวเหนียวจานนั้น
 ไม่ว่าคนที่ทานข้าวเจ้าจานนั้นจะมีลาบตักมาวาง หรือคนบีบข้าวเหนียวเตรียมตักคั่วกลิ้ง
 เพราะทุกคนได้เปิดใจและเข้าใจในความต่างของแต่ละคนแล้ว
 ว่าแต่วันนี้ คุณๆทั้งหลายที่เข้ามาอ่าน คุณทานข้าวแล้วหรือยังครับ ทานอะไรกันบ้างล่ะ มีโอกาสก็ลองทานข้าวเหนียวกับไข่เจียวดูนะ อร่อยอย่าบอกใครเชียว
 อุ้ย เผลอบอกไปแล้ว.. (ฮา)



--------------------

Twitter Delicious Facebook Digg Stumbleupon Favorites More