Share

หน้าเว็บ

วันจันทร์ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2554

ฉะ แฉ ฉาว ๒


"..มาครั้งนี้ ฉะ แฉ ฉาว ทำหน้าที่เป็นเครื่องบันทึกเทปปากคำของบุคคลหลายต่อหลายคน ทั้งนักการเมือง ทหาร นักวิชาการ และผู้ที่เกี่ยวข้องกับการรัฐประหาร ตั้งแต่การรัฐประหารจนถึงหลังการเลือกตั้ง 23 ธันวาคม 2550.."


๐  หัวอก...เพื่อนหักเพื่อน


   ชื่อ "ฉะ แฉ ฉาว นักการเมืองไทย" สำหรับนักอ่านและคอการเมือง อาจจะคุ้นหู คุ้นตากัน
   ตั้งแต่วางแผงครั้งแรกเมื่อมิถุนายน 2549 จนกลายเป็นอีกหนึ่งหนังสือขายดีของสำนักพิมพ์มติชน
   มีนาคม 2551 ฉะ แฉ ฉาว กลับมาอีกครั้ง ในชื่อ "ฉะ แฉ ฉาว ๒ เล่ห์...ลมปากการเมืองไทย" จัดทำโดยทีมการเมืองมติชน และพิมพ์โดยสำนักพิมพ์มติชนอีกเช่นเคย
   มาครั้งนี้ ฉะ แฉ ฉาว ทำหน้าที่เป็นเครื่องบันทึกเทปปากคำของบุคคลหลายต่อหลายคน ทั้งนักการเมือง ทหาร นักวิชาการ และผู้ที่เกี่ยวข้องกับการรัฐประหาร ตั้งแต่การรัฐประหารจนถึงหลังการเลือกตั้ง 23 ธันวาคม 2550 เพื่อให้เห็นถึง "คำพูดเมื่อวันวาน แตกต่างจากพฤติกรรมในวันนี้อย่างไร !?!"

   พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. หนึ่งใน คมช. ขณะเดียวกันก็เป็น ตท.10 รุ่นเดียวกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เพื่อนซึ่งเขาจำต้องหักเหลี่ยม ผลักออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ก็เป็นคนหนึ่งในหนังสือเล่มนี้
 หลัง 19 กันยายน 2549 เขาถูกเพื่อนร่วมรุ่นบางคนตราหน้าว่า "หักหลังเพื่อน" แต่เขาเองยังคิดว่า ไม่มีอะไร
   "...ความสัมพันธ์กับเพื่อนก็ไม่มีอะไร เป็นเหมือนรุ่นอื่นๆ เพื่อนก็คือเพื่อน..."
   และเมื่อเพื่อน ตท.10 ถูกย้ายออกจากตำแหน่งซึ่งคุมกำลังหลัก พล.อ.อนุพงษ์ก็ยังยืนว่า ไม่แตกแยก !!
   จากวันที่ให้สัมภาษณ์ไว้ ผ่านมาปีกว่า พล.อ.อนุพงษ์ยังคงอยู่ในตำแหน่ง ผบ.ทบ. และวันนี้ ท่ามกลางบรรยากาศความขัดแย้ง ที่เริ่มกลับคืนมา คล้ายกับช่วงก่อนการรัฐประหาร 2549 จนข่าวปฏิวัติกลับมาเกิดขึ้นในสังคมไทยอีกครั้ง
   หลายต่อหลายคนที่เกี่ยวข้อง รวมทั้ง พล.อ.อนุพงษ์ด้วย ต่างปฏิเสธ
   "ยุคที่ผมเป็น ผบ.ทบ.จะไม่มีการปฏิวัติ"

   พลิกดูใน "ฉะ แฉ ฉาว ๒ เล่ห์...ลมปากการเมืองไทย" พล.อ.อนุพงษ์พูดถึงเรื่องนี้ไว้เช่นกัน แต่ไม่เหมือนกัน
   "ขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่น ไม่ใช่ทหาร เพราะทหารไม่มีใครอยากจะปฏิวัติ และการปฏิวัติ หากประชาชนไม่เห็นชอบด้วยก็ทำไม่ได้"
   นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งในปากคำของ พล.อ.อนุพงษ์เท่านั้น ยังมีเรื่องราวอีกมากมายของนายทหารรุ่น ตท.10 คนนี้อีกในหนังสือเล่มนี้
   รวมไปถึงเรื่องราวของอีกหลายคนใน "ฉะ แฉ ฉาว ๒ เล่ห์...ลมปากการเมืองไทย"

-------------------------


๐  ดินเนอร์หูฉลาม

   "บรรหาร ศิลปอาชา" หัวหน้าพรรคชาติไทย เป็นอีกคนหนึ่ง ซึ่งได้บันทึกปากคำไว้ใน "ฉะ แฉ ฉาว ๒ เล่ห์...ลมปากการเมืองไทย" หนังสือที่จัดทำโดยทีมการเมืองมติชน พิมพ์ครั้งแรกเดือนมีนาคม 2551 โดยสำนักพิมพ์มติชน
   ก่อนเหตุการณ์รัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ไม่นานนัก ท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมือง ในช่วงเดือนเมษายนมีข่าวออกมาเป็นระยะว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ได้พยายามหาทางออก
   หนึ่งในวิธีที่เขาใช้คือต้องการนัดคุยกับบรรหาร บนโต๊ะอาหารเมนูหูฉลาม เพื่อให้บรรหารเป็นกาวใจ
   27 กรกฎาคม 2549 ท่ามกลางความหวังจากการเลือกตั้ง ที่น่าจะเกิดขึ้นได้ในปลายปีเดียวกัน ดินเนอร์หูฉลาม นัดขอสร้างกาวใจก็เกิดขึ้น แต่ก็ไม่มีใครทราบรายละเอียดของการพูดคุย
   กระทั่งค่ำวันที่ 16 สิงหาคม 2549 บรรหารพร้อมคณะได้มารับประทานอาหารร่วมกับคณะผู้บริหารมติชน และให้สัมภาษณ์ถึงรายละเอียดของดินเนอร์หูฉลามในครั้งนั้น
   หัวหน้าพรรคชาติไทยบอกไว้ก่อนจะให้สัมภาษณ์ว่า "วันนี้จะมาเปิดเผยกับมติชนให้หมด ในวันไปกินหูฉลามกับนายกฯ เป็นข้อมูลที่ไม่เคยบอกกับใคร"
   เรื่องราวที่เขาเล่าให้ฟังกันนั้น มีหลากหลายเรื่อง ทั้งรายละเอียดของการที่ พ.ต.ท.ทักษิณจะขอให้เป็นกาวใจ
   "ไม่ใช่ฮั้วการเมือง แบบเขตนี้คุณส่ง ผมไม่ส่ง ไม่ใช่อย่างนั้น แต่สู้ตามกติกา ลดอิทธิพล ลดเงิน ซึ่งเขายอมรับ"
   บรรหารยังบอกเล่าถึงใบหน้าและความรู้สึกของ พ.ต.ท.ทักษิณในขณะนั้น
   "ผมเห็นใบหน้านายกฯตอนพูด ผมดูโหงวเฮ้งคนเก่ง โหงวเฮ้งเขาจะแย่แล้ว"
   และรายละเอียดของการพูดจากันเกี่ยวกับ "ผู้มีบารมี"
   "จากวันที่ 10 เมษายนมาเนี่ย คุณสร้างเรื่องผู้มีบารมีมาแล้ว แล้วผู้มีบารมี คุณบอกเป็นบุคคล"
   อ่านคำตอบของ พ.ต.ท.ทักษิณเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้ว แม้เขาไม่ตอบตรงๆ แต่ก็พอคิดไปได้ว่าหมายถึงใคร
   ยังมีการหารือเกี่ยวกับ "นอมินี" ที่จะมาแทน พ.ต.ท.ทักษิณ หากเขาตัดสินใจเว้นวรรคด้วยตนเอง
   นอกจากนี้ ยังมีเรื่องราวอื่นๆ อีกมาก ที่บรรหารนำมาบอกเล่า แบบอินไซด์ เจาะลึก ในการดินเนอร์หูฉลาม
   นัดสั่งลาระหว่างอัศวินคลื่นลูกที่สามและมังกรสุพรรณฯ...

-------------------------

๐  จักรภพ เพ็ญแข

   เป็นรัฐมนตรีซึ่งถูกจับจ้องมากอีกคน ถึงขั้นโดนจ้องจากฝ่ายค้านว่าจะยื่นถอดถอน สำหรับ "จักรภพ เพ็ญแข" รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
   ทั้งข้อกล่าวหาเดิม เรื่องการแทรกแซงสื่อ จากการที่จักรภพมีแนวคิดจะออกระเบียบคุมสื่อรัฐไม่ให้เสนอข่าวหรือเนื้อหาสนับสนุนการทำรัฐประหาร ทั้งทางตรงและทางอ้อม
   และข้อกล่าวหาใหม่ เรื่องเกี่ยวกับการบรรยายเกี่ยวกับระบบอุปถัมภ์เป็นภาษาอังกฤษ เมื่อต่างคนต่างแปล ก็กลายเป็นว่าพาดพิงสถาบัน
   สำหรับข้อกล่าวหาแรกนั้น หากมองย้อนไปในช่วงก่อนการเลือกตั้งเมื่อเดือนธันวาคม 2550 นั้น จักรภพและผองเพื่อนได้ไปทำงานด้านสื่อ ในนามพีทีวี ที่มีการเคลื่อนไหวคล้ายย้อนเกล็ดเอเอสทีวี          คล้ายกันจนหยดสุดท้าย นั่นคือได้เปลี่ยนจากสื่อเป็นแกนนำการชุมนุม
   อดีตแกนนำพีทีวีผู้นี้ เคยให้สัมภาษณ์ไว้ และกลายเป็นหนึ่งในคำให้การในหนังสือ "ฉะ แฉ ฉาว 2 เล่ห์...ลมปากการเมืองไทย" ไว้ว่า "พีทีวีไม่ได้ทำให้ไทยรักไทย"
   "ผมว่าเป็นช่วงที่มีความสุขที่สุดตั้งแต่มีการรัฐประหาร การเคลื่อนไหวในนามพีทีวีมันบอกไม่ถูกจริงๆ อาจจะต้องอีกสักปีหนึ่งถึงจะย้อนกลับมาเข้าใจตัวเองว่า ทำไมสารในตัวมันหลั่งอย่างนี้ เป็นช่วงที่ผมนอนหลับที่สุด กินข้าวได้มากที่สุด และมีความสุข"
   วันนี้ จักรภพได้เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่มีหน้าที่ดูแลสื่อรัฐ และกำลังโดนข้อกล่าวหา "แทรกแซงสื่อ" ซึ่งหากย้อนไปอ่านปากคำใน "ฉะ แฉ ฉาว 2 เล่ห์...ลมปากการเมืองไทย" จะพบว่า เขาพูดถึงเรื่องทำนองนี้ไว้ว่า
   "ผมคิดว่าผมเป็นนักการเมืองซึ่งชอบเป็นสื่อ เพราะฉะนั้น ก็ต้องหาพื้นที่ที่จะเล่นบทบาทสื่อได้ โดยไม่ไปละเมิดจรรยาบรรณของสื่อที่แท้จริง"
   คำพูดเมื่อวันนั้น กับการกระทำในวันนี้ เหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร หยิบ "ฉะ แฉ ฉาว 2 เล่ห์...ลมปากการเมืองไทย" มาอ่านกัน
   คุณผู้อ่านก็จะทราบเอง 


---------------

หมายเหตุ - เขียนเกี่ยวกับเล่มนี้ ๓ ตอน คือ
๐  หัวอก...เพื่อนหักเพื่อน  ตีพิมพ์ครั้งแรก คอลัมน์ รหัสหนังสือ หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ฉบับวันอาทิตย์ที่  เมษายน ๒๕๕๑
๐  ดินเนอร์หูฉลาม  ตีพิมพ์ครั้งแรก คอลัมน์ รหัสหนังสือ หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ฉบับวันอาทิตย์ที่ ๒ เมษายน ๒๕๕๑
๐  จักรภพ เพ็ญแข  ตีพิมพ์ครั้งแรก คอลัมน์ รหัสหนังสือ หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ฉบับวันอาทิตย์ที่ ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๕๑

Twitter Delicious Facebook Digg Stumbleupon Favorites More