Share

หน้าเว็บ

วันอังคารที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2554

เศรษฐศาสตร์ฉบับกระป๋อง


".. เนื้อหายังคงรูปแบบของนรินทร์ คือมีการยกตัวอย่างให้เข้าใจกันง่ายๆ เหมือนกับชื่อของหนังสือว่า ง่ายเหมือนทานอาหารกระป๋อง .."

หลายท่าน
    เมื่อได้ฟังสภาผู้แทนราษฎรอภิปรายก่อนลงมติในพระราชกำหนดและร่างพระราชบัญญัติให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟื้นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทาง เศรษฐกิจ พ.ศ.2552 รวมวงเงิน 8 แสนล้านบาท
    และร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2553 จำนวน 1.7 ล้านล้านบาท


    หรือได้อ่านข่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้ว อาจจะนึกสงสัยว่า วิธีการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของรัฐบาลมาถูกทางแล้ว โดยเฉพาะการกู้เงินมาให้เราคนไทยช่วยกันแบกหนี้ร่วมกัน 8 แสนล้านบาท เป็นเรื่องที่ควรทำ
    หรือสิ่งที่ฝ่ายค้านทักท้วง และเสนอ เป็นเรื่องที่ถูกต้องกันแน่
    แต่ครั้นจะหาหนังสือมาอ่านเกี่ยวกับเศรษฐศาสตร์ โดยเฉพาะเศรษฐศาสตร์มหภาค ซึ่งเกี่ยวข้องกับการเงินภาครัฐเช่นนี้ ก็ยังไม่ทราบว่าจะหาเล่มใดมาอ่าน
    ลองหนังสือ "เศรษฐศาสตร์ฉบับกระป๋อง" ซึ่งมีนรินทร์ โอฬารกิจอนันต์ ซึ่งมีผลงานเป็นหนังสือเกี่ยวกับเศรษฐศาสตร์แล้วหลายเล่ม เป็นผู้เขียน พิมพ์ครั้งแรกเมื่อเดือนเมษายน 2552 โดยสำนักพิมพ์เดคิซูกิดอทเน็ต เล่มไม่หนา 144 หน้า ราคา 115 บาท
    หนังสือเล่มนี้ นรินทร์ได้เขียนถึงเศรษฐศาสตร์มหภาคไว้หลายแนวทาง ซึ่งเขาได้้เขียนไว้ในคำนำว่า
    "เศรษฐศาสตร์มหภาคเป็นเรื่องที่ผู้คนในสังคมยังมีความเห็นแตกต่างกันมาก ไม่รู้จะหาจุดลงตัวที่ตรงไหนเพราะว่ามันไม่มี แต่สุดท้่ายแล้ว ผมก็ตัดสินใจเขียนออกมาโดยตัดความกังวลเหล่านั้นทิ้งไป
    "แม้ผมจะพยายามพูดถึงความเห็นของทุกแนวทางไว้ในหนังสือเล่มนี้ แต่สุดท้ายแล้วผมก็ไม่อาจเขียนออกมาในแบบที่เป็นกลางร้อยเปอร์เซ็นต์ได้ เพราะผมยังเป็นปุถุชนคนธรรมดาอยู่ จึงมีความลำเอียงทั้งในแบบที่รู้ตัวและไม่รู้ตัว"
    เนื้อหายังคงรูปแบบของนรินทร์ คือมีการยกตัวอย่างให้เข้าใจกันง่ายๆ เหมือนกับชื่อของหนังสือว่า ง่ายเหมือนทานอาหารกระป๋อง
    เช่น ในบทแรก ซึ่งอธิบายถึงเรื่องความเชื่อของนักเศรษฐศาสตร์ที่ว่า ในสังคมมนุษย์ทรัพยากรมีจำกัดเสมอ ก็ได้่ยกตัวอย่างให้นึกถึงการไปติดเกาะร้าง ก่อนที่จะอธิบายเปรียบเทียบกับโลกทั้งใบ
    หรือในบทต่อๆมาที่อธิบายเปรียบเทียบทฤษฎีทางเศรษฐศาสตร์หลายๆทฤษฎี ที่หลายประเทศในโลกนี้นำมาใช้
    และยังอธิบายให้เห็นว่า โลกนี้ยังมีของฟรีอยู่ นั่นคือการแลกเปลี่ยนกันโดยสมัครใจ ที่ทุกฝ่ายเป็นผู้ได้ประโยชน์
    ลองหาอ่านดู เผื่อจะตัดสินใจได้ว่า รูปแบบหรือแนวทางใด เหมาะจะใช้แก้ปัญหาเศรษฐกิจให้ไทย แนวทางของรัฐบาลใช้ได้หรือไม่ หรือที่ฝ่ายค้านเสนอจะดีกว่า
    หรืออาจจะมีแนวทางใหม่ๆ มาช่วยอีกแนวหนึ่งก็เป็นไปได้..

-----------------------------

หมายเหตุ - ตีพิมพ์ครั้งแรก ใน คอลัมน์ รหัสหนังสือ หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ฉบับวันอาทิตย์ที่ ๒๑ มิถุนายน ๒๕๕๒



Twitter Delicious Facebook Digg Stumbleupon Favorites More