Share

หน้าเว็บ

วันอาทิตย์ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2555

กลอง กะ บานอ เชื่อมสัมพันธ์ไทย “พุทธ-มุสลิม”

กลอง” และ “บานอ” แม้จะเขียนต่างกัน แต่มีความหมายเดียวกันคือเป็นเครื่องดนตรีพื้นบ้าน 

“กลอง” คือกลองในภาษาไทย ส่วน “บานอ” คือกลองชนิดหนึ่งในภาษามลายูปัตตานี ภาษาที่ใช้ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย



ด้วยความหมายที่เหมือนกัน กลองและบานอจึงได้รับการเลือกให้เป็นชื่อการแสดงศิลปะและวัฒนธรรมพื้นบ้านขององค์กรเยาวชนชายแดนใต้ ซึ่งเป็นการแสดงเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2553 ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย เมื่อเร็วๆนี้

กลอง กะ บานอ” มีองค์กรร่วมจัดหลายองค์กร ทั้งสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) โดยโครงการพัฒนาขีดความสามารถขององค์กรเยาวชนระดับ อบต. 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เพื่อสร้างสันติสุข ซึ่งดำเนินการโดยมูลนิธิสุขแก้ว-แก้วแดง, บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน), องค์กรเยาวชนจังหวัดชายแดนภาคใต้, สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ, ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.), การรถไฟแห่งประเทศไทย ฯลฯ 


เนื้อหาการแสดง ดำเนินเรื่องโดยตัวละคร 3 ตัว คือ อาแป๊ะ ตัวแทนของชาวไทยเชื้อสายจีน เด็กชาวไทยพุทธ ชื่อ “กลอง” และเด็กชาวไทยมุสลิม ชื่อ “บานอ” 


ชื่อการแสดง “กลอง กะ บานอ” จึงมีความหมายเพื่อให้เห็นว่า แม้จะแตกต่างกันที่ศาสนาและภาษา แต่ก็เป็นคนไทยเหมือนกัน โดยตัวละครทั้งสามได้บอกกล่าวและนำเสนอเรื่องราวตั้งแต่ยุครุ่งเรืองในอดีตจากลังกาสุกะ ฟาตอนีดารุสซาลาม ยุคสิ่งดีๆที่ชายแดนภาคใต้ และยุคที่เกิดความขัดแย้งในปัจจุบัน จนมาถึงยุคที่องค์กรเยาวชนกับการนำไปสู่การอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข ผ่านศิลปะการแสดงพื้นบ้านที่หาชมได้ยาก

เริ่มจากการแสดงรองเง็งอินเดีย ซึ่งเป็นการแสดงที่ได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมพราหมณ์-ฮินดูของอินเดีย ที่เข้ามาสู่อาณาจักรลังกาสุกะ ซึ่งเป็นเมืองศูนย์กลางทางการค้าและวัฒนธรรมในอดีต เชื่อมโยงการค้าระหว่างฝั่งตะวันออกและตก โดยอาศัยเส้นทางทะเลและแม่น้ำปัตตานี 


จากนั้น เป็นการแสดงมโนราห์ การแสดงพื้นบ้าน ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของชาวไทยพุทธ ซึ่งปัจจุบันมีองค์กรเยาวชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่สืบสานการแสดงมโนราห์นี้ 4 องค์กร คือ องค์กรเยาวชน อบต.ควนโนรี จ.ปัตตานี องค์กรเยาวชน อบต.ป่าไร่ จ.ปัตตานี องค์กรเยาวชน อบต.คีรีเขต จ.ยะลา และองค์กรเยาวชน อบต.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส 


การแสดงรองเง็งพื้นบ้าน ซึ่งได้รับมาจากเปอร์เซีย โดยแต่เดิมนั้น เป็นการแสดงในวัง ที่มีไว้เพื่อต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองเท่านั้น ซึ่งนักแสดงรองเง็งในครั้งนี้ จะมาจากต่างตำบล ต่างอำเภอกัน ส่วนใหญ่ใช้เวลาฝึกในช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ ที่ทุกคนว่างตรงกันเท่านั้น 


การแสดงตารีอีนา ศิลปะการแสดงอันอ่อนช้อย ผสมผสานกันระหว่างวัฒนธรรมพุทธและมุสลิม ในส่วนของท่ารำคือมโนราห์และเดกา และเครื่องดนตรีคือปี่ชวา ฆ้อง กลองตัวผู้ และกลองตัวเมีย ซึ่งปัจจุบันหาชมได้ที่ ต.กายูคละ อ.แว้ง จ.นราธิวาส แห่งเดียวเท่านั้น 

อาดวียะห์ อาหามะ นักแสดงตารีอีนา วัย 14 ปี บอกเล่าถึงการเป็นส่วนหนึ่งของการแสดงศิลปะพื้นบ้านที่หาชมได้ยากนี้ว่า ภูมิใจและดีใจมากที่ได้สืบทอดศิลปะการแสดงพื้นบ้านของเธอให้คนอื่นได้ดู และต้องการถ่ายทอดให้น้องๆต่อด้วย เพื่อไม่ให้ตารีอีนาสูญหายไปจากบ้านของพวกเธอ 

การแสดงของเยาวชนจากจังหวัดชายแดนภาคใต้ในกรุงเทพฯครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการฝึกให้เยาวชนมีความสามารถในการบริหารมากขึ้น ยังเป็นการเปิดโอกาสให้คนในภูมิภาคอื่นได้เรียนรู้และเข้าใจประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และวิถีชีวิต ตลอดจนความทุกข์ยากของคนไทยในจังหวัดชายแดนภาคใต้ และภาพอนาคตแห่งสันติสุขที่ต้องช่วยกันสร้างขึ้น 

และก็ด้วยความหวังที่ว่า กิจกรรมศิลปะการแสดงพื้นบ้านเหล่านี้จะนำเสียงเพลงและความสุขกลับคืนมาสู่จังหวัดชายแดนภาคใต้อีกครั้ง และจะเป็นต้นแบบของการใช้มิติด้านวัฒนธรรมสร้างความปรองดองและความสมานฉันท์

อันจะนำไปสู่การอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขของสังคมไทยในภาพรวม..

--------------------------

ท้ายเรื่อง - การแสดงนี้ จัดขึ้นช่วงเดือนสิงหาคม ๒๕๕๑
ที่มา : หน่วยสื่อสารสาธารณะ สสส.

Twitter Delicious Facebook Digg Stumbleupon Favorites More